|
|
|
|
| |
ขี้เรื้อนเปียก
ปัญหาสุขภาพของสัตว์เลี้ยงบางเรื่องสร้างความท้อใจให้ผู้เลี้ยงอย่างที่คาดไม่ถึงครับ
เนื่องจากเวลาเราซื้อสุนัขมาเลี้ยง หรือคนอื่นยกให้ก็ตาม
ผู้เลี้ยงใหม่มักไม่ทราบว่าอาจมีโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นแล้วรักษายากติดตัวสุนัขมาด้วย
เมื่อเค้าป่วยและได้รับการตรวจวินิจฉัยแล้ว
บางท่านถึงกับถอดใจไม่อยากดูแลสุนัขเลยก็มี
อย่างเช่น หมาที่ป่วยเป็น "โรคเรื้อนเปียกหรือขี้เรื้อนในรูขุมขน"
ถือเป็นโรคผิวหนังซึ่งรักษายาก และต้องใช้เวลาตรวจรักษากันนานทีเดียว
แล้วยังส่งผลต่อลักษณะภายนอกของเจ้าตูบแสนรักอย่างชัดเจน
เรียกว่าหน้าตาเละเทะจนจำแทบไม่ได้เชียว
โรคเรื้อนเปียก
หรือโรคเรื้อนในรูขุมขน เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากไร
เป็นปรสิตภายนอกที่อาศัยในรูขุมขนของสุนัข ปรกติแล้วไรขี้เรื้อนเปียกสามารถขูดพบได้ในหมาตัวที่ปรกตินะครับ
เพียงแต่โอกาสที่เจอนั้นน้อย และไม่อยู่ภาวะที่ก่อให้เกิดรอยโรคได้
กลไกในการเกิดที่ว่านี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
เท่าที่ค้นคว้าในปัจจุบันระบุว่าหมาตัวที่ป่วยเป็นโรคนี้มีความผิดปรกติของเม็ดเลือดขาวชนิด
T - cell และยังมีระดับของอินเตอร์ลิวคิน-2
ต่ำกว่าหมาปรกติ เจ้าสารอินเตอร์ลิวคิน-2 เป็นสารชีวเคมีที่ร่างกายของสุนัขมีอยู่ทุกตัว
มันทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน
เพราะเมื่อสารนี้หลั่งออกมาจะเกิดการกระตุ้นให้มีการเพิ่มจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกัน
เพิ่มระดับการทำงาน เพิ่มการสร้างภูมิคุ้มกัน
แต่ถ้าสารที่ว่านี้ลดต่ำลงเมื่อใด เจ้าไรขี้เรื้อนในรูขุมขนจะเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น
และตัวมันเองยังเป็นตัวการสำคัญที่จะผลิตสารชีวเคมีซึ่งทำให้เกิดปัญหาการกดเซลล์ภูมิคุ้มกันด้วย
คราวนี้เลยมีช่องทางให้เจ้าเชื้อโรคเพื่อนเกลอ
คือแบคทีเรียเข้ามาร่วมก่อเสียหายด้วย สุนัขตัวที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนเนื้อตัวจึงเละตุ้มเป๊ะในพื้นที่เกิดรอยโรค
อาการของโรคเรื้อนเปียกมีหลายรูปแบบ เริ่มทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่า

อาการเรื้อนเปียกแบบเฉพาะที่ มักพบที่บริเวณแก้ม
เหนือคิ้ว ขาหน้า โดยหมามีขนร่วง ผิวหนังแดง
คันและเกา มีแผลอักเสบเป็นตุ่มแดงๆ เล็กๆ ตามปรกติแล้วรอยโรคจะเกิดขึ้นเอง
และจะหายไปเองได้ภายใน 3-8 สัปดาห์ แต่ถ้ามีอาการอักเสบมีตุ่มหนองด้วยต้องรีบพาสุนัขมารับยารักษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหาย
ตามปรกติแล้วมีสุนัขประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ที่มีโอกาสป่วยเป็นโรคเรื้อนเปียกแบบเฉพาะที่
แล้วพัฒนาเป็นแบบกระจายตัวทั่ว เจ้าของควรหมั่นพาสุนัขของท่านไปตรวจรักษาตามที่สัตวแพทย์แนะนำครับ
อาการเรื้อนเปียกแบบกระจายเป็นบริเวณกว้าง
มักพบว่าหมาตัวที่เป็นมีการอักเสบของผิวหนังรุนแรงมาก
มีขนร่วง มีตุ่มหนองแตกออก เป็นแผลคันเกา รอยโรคพบได้ตั้งแต่ส่วนของใบหน้า
ลำตัว ขา และเท้า เรียกว่ามีอาการอักเสบของรูขุมขนจนมีเลือดออก
มีหนองไหลแตกออกมาจากตุ่มที่ติดเชื้อนั้นล่ะครับ
รอยโรคที่เป็นแล้วถือว่ารุนแรงและรักษาได้ยาก
คือ เมื่อเป็นทั่วตัวแล้ว เกิดการอักเสบมากที่ผิวหนังส่วนของเท้า
สุนัขที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนเปียกที่ลามลงไปถึงที่เท้านั้นมีอาการเท้าบวม
เป็นตุ่มเลือดแตกออก กระจายไปทั่วเท้าซึ่งสัตว์จะทรมาน
เจ็บปวดมากทีเดียว
การตรวจวินิจฉัย โรคเรื้อนเปียกจำเป็นต้องพาสุนัขไปตรวจ
เพื่อให้คุณหมอขูดเอาผิวหนังส่วนที่ลึกถึงชั้นรูขุมขนไปตรวจ
เมื่อเก็บตัวอย่างผิวหนังได้ สัตวแพทย์จะใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องตรวจดูตัวอย่างของผิวหนังซึ่งอาจจะเป็นหนองหรือเลือด
เวลาพบว่าสุนัขป่วยเป็นโรคเรื้อนเปียกมักสังเกตเห็นตัวเรื้อนในตัวอย่างของผิหนัง
ว่ามีมากมายหลายตัวและกำลังอยู่ในภาวะที่เพิ่มจำนวนขึ้น
เช่น พบตัวเรื้อนตัวแก่ ตัวอ่อน พบไข่ อย่างนี้ล่ะครับที่เรียกว่ากำลังสร้างปัญหาสุขภาพให้สุนัขอย่างมาก
การรักษา เรื่องนี้ล่ะครับเป็นปัญหา
อย่างที่ทราบกันดีว่า โรคนี้เป็นโรคผิวหนังที่ต้องใช้เวลารักษานานมาก
ยิ่งในรายที่เป็นแบบกระจายไปทั่วตัว บางรายอาจต้องให้ยานานกว่า3-8เดือนและต้องได้รับการตรวจเป็นระยะ
อย่างเช่น สุนัขตัวที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนเปียกแบบกระจายไปทั่วตัว
และเป็นที่ฝ่าเท้านั้น ใช้เวลารักษานานและต้องให้ยาอย่างต่อเนื่อง
ท่านอาจถามต่อว่าโรคนี้หายขาดไหม แต่เดิมเชื่อกันว่า
รักษาไม่หาย
ปัจจุบันยารักษามีประสิทธิภาพดีขึ้น สุนัขป่วยเป็นเรื้อนเปียกแบบกระจายทั่วตัวมีโอกาสหายขาดได้
จะมีในบางรายเท่านั้นที่ต้องให้ยาควบคุมไปตลอด
และมีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกหลังจากหยุดให้ยา
เมื่อสุนัขรับยาจนไม่มีอาการผิดปรกติอะไรแล้ว
ต้องพาสุนัขมาขูดผิวหนังตรวจซ้ำอีกครั้ง ว่ามีตัวเรื้อนเปียกอีกหรือไม่ในรอยโรคเดิม
ซึ่งต้องขูดตรวจอย่างน้อย 5 จุดของร่างกายเพื่อให้ผลยืนยันได้อย่างชัดเจน
ถ้าขูดผิวหนังตรวจแล้วไม่พบ หลังจากที่หยุดยานานกว่า
2 เดือนนั่นแสดงว่าสุนัขหายจากโรคนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม
สุนัขตัวที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนเปียกเจ้าของต้องหมั่นพาไปตรวจร่างกายครับ
แต่ถ้าเริ่มมีตุ่มคล้ายสิวขึ้นแบบกระจายตัว
ขนเริ่มร่วง และสุนัขคันเกาต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
เรื่องการรักษาตามความเชื่อแบบแปลกๆ ที่เคยได้ยินมา
เช่น นำกำมะถันทาทั้งตัวสุนัขหรือบริเวณที่เป็นรอยโรค
ในรายที่เป็นเรื้อนเปียกแบบรุนแรงกระจายทั่วตัวไม่ควรใช้แล้วครับ
ควรพาไปให้สัตวแพทย์รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันดีกว่า
บางรายหนักยิ่งกว่าใช้น้ำมันเครื่องทาตัวหมาบ้าง
นำน้ำหน่อไม้ดองมาอาบให้บ้าง ไม่ควรใช้ครับโรคนี้ควรได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเท่านั้น
ที่สำคัญโรคนี้เป็นแล้วหายช้าอยู่แล้ว การรักษาตามความเชื่อที่ผิดๆ
อย่างนี้คงส่งผลไม่ดีแน่
-----------------------------------------------------------------------------------------------
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
| |
www.bangkaewclub.com
© 2008 All Rights Reserved
|
|
|
|
|