|
|
|
|
| |
โรคขี้เรื้อนแห้ง
เวลาที่ผมถามเจ้าของสุนัขว่า โรคใดที่สร้างความกังวลใจและไม่อยากให้สุนัขของตัวเองเป็นมากที่สุด
เชื่อได้เลยครับว่า โรคเรื้อนมักเป็นคำตอบในอันดับต้นๆ
ถือเป็นโรคที่เจ้าของสัตว์ให้ความสนใจและไม่สบายใจเลย
สาเหตุของโรคเรื้อนแห้ง
เกิดจากสุนัขป่วยติดเชื้อปรสิตภายนอก เป็นตัวไรเล็กๆ
อาศัยอยู่บนผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ไม่ได้อาศัยลงลึกไปกว่านั้น
เจ้าไรที่ว่านี้มีขนาดเล็กมากครับ ทั้งยังสามารถสืบพันธุ์
ออกไข่ให้ลูกให้หลานได้อีกมากมาย เรียกว่าอาศัยผิวหนังสุนัขเป็นบ้านหลังใหญ่เลยทีเดียว
ปัญหาที่มักถามกันมากก็คือ เจ้าตูบแสนรักจะไปติดโรคนี้ได้อย่างไร
ทั้งๆ ที่เลี้ยงอยู่แต่ในบ้าน เหตุที่ว่าเกิดได้จากการเล่น
สัมผัสและคลุกคลีกับตัวที่ป่วยเข้าจนเกิดการถ่ายทอดเจ้าไรตัวนี้ต่อกันไป
ที่สำคัญอีกประการคือเรื่องของสภาพแวดล้อมครับ
ในบ้านเมืองของเรามีสุนัขจรจัดเยอะ เรียกว่าเดินไปตรอกไหน
ซอกไหน ซอยไหนมีอันต้องได้เจอ
นี่เองแหละครับที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการแพร่กระจายของโรคได้เร็วและต่อเนื่อง
สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการคันมาก และเมื่อคันเกาบริเวณที่เป็นรอยโรคจะมีชิ้นส่วนของสะเก็ดผิวหนังที่ปลิวกระจายล่วงออกมาจากตัวสุนัข
หากสุนัขอีกตัวไปนอนทับหรือเกลือกกลิ้งย่อมมีโอกาสจะติดเชื้อ
จนอาจป่วยเป็นโรคเรื้อนแห้งได้ เนื่องจากเจ้าไรขี้เรื้อนนี้มีชีวิตได้นานกว่า
2 วัน เมื่อหลุดร่วงจากผิวหนังของสุนัขตัวที่ป่วยยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะไปติดต่อกับสุนัขตัวอื่นได้มากขึ้น
เพราะฉะนั้นถึงแม้ท่านไม่ได้พาสัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้าน
แต่ถ้าสุนัขของเราชอบนอนใกล้รั้วบ้าน และหากรอบๆ
บ้านมีสุนัขจรจัดตัวที่ป่วยเป็นโรคขี้เรื้อนแห้งอาศัยอยู่
ย่อมมีโอกาสติดโรคได้เช่นกันครับ
อาการของสุนัขตัวที่ป่วยเป็นโรคขี้เรื้อนแห้ง
เริ่มต้นจะมีอาการคันตัว คันที่ขอบใบหูทั้งสองข้างและคันที่ศอกด้านข้าง
ถ้าสังเกตให้ดีจะพบเม็ดตุ่มแดงๆ ขึ้นที่ผิวหนัง
บริเวณที่เห็นชัดเจนมักเป็นที่ท้อง หรือบริเวณขาหนีบ
และบั้นท้าย จากนั้นจะเริ่มมีอาการคันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งขนบนตัวสัตว์เริ่มร่วง ตำแหน่งที่พบชัดเจน
คือที่ขอบใบหูสองข้าง และศอกด้านข้าง ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเริ่มเป็นสะเก็ดแผลที่หนาตัวขึ้น
เมื่อแผลนั้นเริ่มแตกออกมากขึ้นเรื่อยๆ อาการขนร่วงจะค่อยๆ
แพร่กระจายไปทั่วตัว ทีนี้สะเก็ดแผลบนผิวหนังจะเริ่มเกิดขึ้นทั่วตัวเช่นกัน
เจ้าสุนัขหนังกลับที่เราเห็นข้างถนนนั่นล่ะครับ
คือสุนัขที่ป่วยเป็นโรคขี้เรื้อนแห้ง

การตรวจวินิจฉัย ในเบื้องต้นเราควรสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยงของเราเองก่อนครับ
ซึ่งการทดสอบที่ได้ผลค่อนข้างแม่นยำในการตรวจโรคนี้
เรียกว่า การทำ Pinna-pedal reflex test การทดสอบทำได้ง่ายมาก
เวลาที่สุนัขป่วยเป็นโรคขี้เรื้อนแห้งจะมีตำแหน่งที่คันมากๆ
อยู่ 2 จุดดังที่กล่าวมา คือที่ปลายใบหูสองข้างนั้น
และที่ข้อศอกด้านข้าง ถ้าเราจับสุนัขมาทดสอบโดยการเอานิ้วมือขยี้ที่ปลายใบหูเบาๆ
แล้วสุนัขเอาเท้าหลังข้างนั้นเกาที่ศอกด้านนั้น
ก็น่าสงสัยครับว่าทำไมสุนัขของเราถึงคันได้
เพราะอาการดังกล่าวแสดงว่าสัตว์คันมากที่ปลายใบหู
และที่ศอกด้วย และโรคผิวหนังที่จะเกิดขึ้นได้มีไม่กี่โรคหรอกครับ
ที่สำคัญคือโรคขี้เรื้อนแห้งนี่แหละครับ แต่การที่เราจะสรุปปัญหาการป่วยว่าใช่โรคขี้เรื้อนแห้งหรือไม่นั้น
คงต้องอาศัยองค์ประกอบหลายประการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรอยโรคที่ปรากฏ
การทดสอบทำ Pinna-pedal reflex test การขูดผิวหนังเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาตัวไรขี้เรื้อน
ทุกอย่างจะสอดคล้องกันแม้ว่าการขูดผิวหนังเพื่อหาไรขี้เรื้อนอาจจะไม่พบ
เพราะถ้าอยู่ในระยะเริ่มต้นมักจะขูดผิวหนังไม่พบเสียด้วยซิครับ
การรักษาโรคขี้เรื้อนแห้ง สามารถทำได้หลายวิธีครับ
ที่นิยมกระทำ คือ การให้ยาโดยการฉีดเพื่อรักษา
ซึ่งได้ผลดีแต่ก็ต้องทำซ้ำทุกๆ 10-14 วันครั้งจนกว่าสุนัขจะหายสนิท
ในกรณีที่เราเลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว เราต้องพาสัตว์เลี้ยงทุกตัวมารับการรักษาด้วย
เพราะโรคนี้ติดต่อได้ง่ายและติดต่อได้ไวมาก
ถ้าเราไม่สนใจนำสุนัขมารับการรักษาพร้อมๆ กันจะทำให้เกิดปัญหาการป่วยวนเวียนอยู่ในฝูงสุนัข
เพราะเมื่อตัวที่เป็นหาย ตัวที่ได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการอีก
และถ้ายาเสื่อมฤทธิ์เมื่อไหร่ สุนัขจะเริ่มมีอาการป่วยอีกเช่นกัน
เจ้าตัวที่ป่วยเป็นโรคขี้เรื้อนแห้งนั้นมีความน่ารังเกียจอยู่แล้วครับ
เพราะสัตว์เองแทบจะไม่มีขนอยู่บนผิวหนังเลย
บางตัวมีสะเก็ดคัน มีแผลแตกระแหงมากมายบนผิวหนัง
มองยังไงก็ไม่น่ารัก ไม่น่าสัมผัส จริงๆ แล้วถ้าท่านเจ้าของอุ้มสัตว์เลี้ยงตัวที่ป่วยนั้นมารักษา
ถึงแม้ว่าจะไม่มีขนเลยแม้แต่เส้นเดียว และมีแผลมากมาย
แต่เมื่อได้รับการรักษาแล้วสุนัขของเราก็จะกลับมามีผิวหนังและขนดังเดิม
โรคขี้เรื้อนแห้งนี้รักษาให้หายขาดได้ เพราะฉะนั้นอย่ารังเกียจสุนัขเลยครับ
ตัดสินใจรักษาแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนจนทำให้ผิวหนังอักเสบรุนแรงตามมา
อาการแทรกซ้อนของสุนัขที่ป่วยเป็นโรคขี้เรื้อนแห้ง
อาการที่พบได้มักมีมูลเหตุจากการคันนั่นล่ะครับ
สุนัขบางตัวมีอาการคันเกาหูจนใบหูบวม มีเลือดคั่ง
ทำให้เราต้องตามมารักษาอาการดังกล่าวอีก หรือบางตัวเอาตัวถูไถกับพื้น
เลีย และงับตรงผิวหนังที่คันทำให้เกิดอาการแผลแดงช้ำรุนแรง
และเป็นไวมาก อย่างที่บอกไว้นั่นล่ะครับ โรคขี้เรื้อนแห้งเป็นโรคที่คันสุดๆ
จริงๆ ครับ โรคขี้เรื้อนแห้งติดคนไหม คำตอบ
คือ ติดต่อถึงคนได้นะครับ โรคนี้ติดต่อจากการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่ป่วยอยู่นั่นแหละ
เพราะฉะนั้นเมื่อท่านทราบว่าสุนัขของเราป่วยเป็นโรคนี้
ควรหยุดกอดและคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงไว้ก่อน
โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ผิวค่อนข้างบอบบาง ควรหยุดกอดรัด
หรืออุ้มเจ้าตัวน้อยเลยครับ โรคที่ติดมาสู่คนนั้นจะมีลักษณะเป็นเม็ดตุ่มแดงๆ
ขึ้นบนผิวหนัง มีอาการคัน และกระจายออกไปได้
ซึ่งถ้ามีอาการเช่นนี้ให้รีบไปหาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงทีครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------------
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
|
| |
www.bangkaewclub.com
© 2008 All Rights Reserved
|
|
|
|
|