บ้านโชกุน
บ้านโชกุน เป็นบ้านที่เลี้ยงสุนัขบางแก้ว ผมขอใช้คำว่า.. บ้าน.. เพราะสภาพของพื้นที่ สำหรับเลี้ยงสุนัขจะถือว่าเป็นฟาร์มคงไม่ได้ หากคุณต้องการที่จะมาแวะเยี่ยมชม คุณต้องใช้เวลาประมาณ 50 นาที จากกรุงเทพฯ คุณก็ถึงแล้ว โดยใช้เส้นทางสายเอเซีย ก่อนเข้าตัวเมืองอยุธยา ให้สังเกตุศูนย์รถยนต์นิสสัน แล้วเลยมาประมาณ 200 ม.จะเห็น ซอยวัดสุทธิ ติดกับบิ๊กซี สาขาอยุธยา เลี้ยวเข้ามาประมาณ 300 ม.

ประวัติ...บ้านโชกุน
ในตอนแรกที่รู้จักกับสุนัขบางแก้วก็เพราะว่า แฟนผมซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิด ซื้อมาจากจตุจักรที่ชลบุรีครับ 2 ตัว เป็นเพศผู้-เมีย เราตั้งชื่อ ตัวผู้ ว่า เจ้าโชกุน ส่วนตัวเมียเราก็ตั้งชื่อว่า ป็อกกี้

         เราก็เลี้ยงเขาเหมือนสุนัขทั่วๆไป ไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าสุนัขทั่วไป เมื่อเลี้ยงเขามาได้สักระยะหนึ่ง เราก็เห็นว่า สุนัขบางแก้วนั้นมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากสุนัขพันธุ์อื่นๆ มีการแสดงความรัก ห่วงใยเจ้านาย แม้เราพึ่งเดินออกจากบ้านไปไม่ถึง 10 นาที พอกลับเข้าบ้าน ก็แสดงความดีใจเหมือนเราหายไปซัก 10 ปีแสดงความเจ้าเล่ห์ หวงของเจ้านาย โต๊ะทำงานของผมนั้นอย่าหวังว่าคนอื่นจะไปนั่งได้ นอกจากผมและแฟนเท่านั้น เจ้าโชกุนเขาจะนอนเฝ้าอยู่ที่ใต้โต๊ะทั้งวันจนถึงปิดที่ทำงาน


         มีลูกน้องซึ่งเป็นคนดูแลทำความสะอาดที่ทำงาน อยากลองดี ลองไปนั่งเล่นเมื่อเวลาที่ผมไม่อยู่ เจ้าโชกุนของผมก็ทำหน้าที่ของเขา ขู่คำราม เห่า เจ้าลูกน้องตัวแสบก็ทำเป็นไม่สนใจ มันก็เลยฝากรอยเขี้ยวไว้ซะหลายเขี้ยว ตั้งแต่วันนั้นเป็นที่รู้กันว่า “โต๊ะนี้ใครอย่าแตะ”

          สุนัขบางแก้ว นั้นเขามีลักษณะนิสัยของเขาเอง เราไม่เคยสอน เวลาจะนอนก็จะนอนเฝ้าหน้าห้องนอน บริเวณหน้าห้องนอนในตอนกลางคืนใครอย่าผ่านมาเด็ดขาด ถ้าเราไปนอกบ้านยังไม่กลับเขาก็จะนั่งคอย นอนคอยอยู่ที่หน้าประตูจนกว่าเราจะกลับ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปเที่ยวต่างจังหวัดหลายวัน กลับมาบ้านตอนตี 3 เจ้าโชกุน ยังนั่งคอยอยู่ที่หน้าประตูบ้าน พอได้ยินเสียงรถของเราเท่านั้นแหละครับ ตั้งกระโดด ดีใจ เห่าหอน จะปีนประตูออกไปหาเรา พอเราเข้าบ้านก็กระโดดกอด เลียหน้า ขบกัดเราเบาๆ เหมือนอยากที่จะถามเรา ว่า เจ้านายหายไปไหน? ผมคิดถึงเจ้านาย

          ผมลองถามลูกน้องว่า เจ้าโชกุน เป็นไงบ้างตอนที่ผมไม่อยู่บ้าน เขาบอกว่า เขาก็ทำหน้าที่เหมือนที่เขาทำทุกวัน ตอนกลางวันก็ไปนอนเฝ้าโต๊ะทำงาน พอเย็นก็ออกมากินข้าว กินข้าวเสร็จ ก็ไปนั่งรอที่หน้าประตู จนดึกมากๆ ก็มานอนเฝ้าที่หน้าห้องนอน เขาทำอย่างนี้ทุกวัน แต่เขาไม่ร่าเริง ไม่เล่นสนุกสนานเหมือนตอนที่นายอยู่ ซึมๆแต่ก็ทำหน้าที่เหมือนเดิมทุกวัน แต่ข้าวก็กินน้อย เอาแต่นั่งรอที่หน้าประตู เราเองก็รู้สึกประทับใจกับความรักที่เขามีให้เรา

          สำหรับเจ้าตัวเมีย( ป็อกกี้) ไม่ค่อยมีพฤติกรรมอะไรมากมายครับ เป็นสุนัขที่ฉลาดมาก รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ แต่ที่แปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือเล็บเท้ายาวมาก หวงเล็บ ไม่ยอมให้ใครมาตัดเล็บเขาครับ ผมเคยตัดให้เขา เขางอน ไม่ยอมมาเล่นกับเราตั้งหลายวัน ไม่ยอมให้จับตัวอยู่หลายวัน ผมจะเรียกเขาว่า “ยายคุณนาย” เพราะเวลาเดินจะมีเสียงเล็บกระทบพื้น ดัง แก็กๆ เหมือนกับคนใส่รองเท้าส้นสูง

          เจ้าโชกุน(1) ปัจจุบัน ตายแล้ว เพราะโดนยาเบื่อ พอคิดเจ้าโชกุน(1) ผมยังจำได้... กริยาที่ตอบโต้กับเราก่อนที่เขาจะจากไป เหมือนเขาอยากจะบอกเราว่า เขารักเรามากมายเพียงใด เรายังคิดถึงเขาเสมอ เขารอเราที่จะเจอเราก่อนที่เขาจะจากเราไป พอเขาตายเราก็ฝังเขาไว้ที่ข้างๆบ้าน แล้วเมื่อครบหนึ่งปีเราก็ขุดเอากระดูกเขามาทำความสะอาด แล้วเอากระดูกมาบรรจุไว้ในรูปปั้นของเขาครับ ดังนั้นเจ้าโชกุนก็ยังอยู่กับผมตลอดไป ส่วนเจ้าตัวเมีย(ป๊อกกี้) ก็ยังมีชีวิตอยู่ครับ แต่แก่แล้ว แต่สงสัยว่าเขาคงไม่ใช่บางแก้วแท้ๆหรอกครับ นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เราสนใจสุนัขพันธุ์บางแก้ว

 

         หลังจากเจ้าโชกุน ตายไปแล้ว เราเองเหมือนชิวิตขาดอะไรไป รู้สึกเหงามาก เจ้าป็อกกี้(เพศเมีย) ก็เรียกหาโชกุนทุกวัน วิ่งตามหา เห่าเรียก หอนทุกๆคืน ผมจึงตัดสินใจว่าจะต้องหาสุนัขบางแก้วมาเลี้ยงอีก เพื่อให้เป็นเพื่อน เจ้าป็อกกี้ เราก็เริ่มซื้อมาอีก 2 ตัว ตัวผู้ ให้ชื่อ เจ้าโชกุน(2) เหมือนเดิม ตัวเมียมาใหม่ ชื่อ เจ้าโชยุ หลังจากนั้นเราก็เริ่มศึกษาหาความรู้เรื่องสุนัขบางแก้ว ซื้อมาเพิ่มอีก จำนวนของสุนัขบางแก้วก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ปัญหาต่างๆก็ตามมามากมาย เราเองก็ต้องไปขอความรู้จากผู้ที่เคยเลี้ยง จากฟาร์มต่างๆ แล้วนำความรู้ต่างๆเหล่านั้นมาปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับสถานที่เลี้ยงของเรา

          ปัจจุบันที่เรามีสุนัขบางแก้ว อยู่ 30 กว่าตัว แต่เป็นสุนัขที่เราไม่ไม่สามารถนำมาเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ได้นั้นมีอยู่ประมาณ 10 กว่าตัว เพราะเขาแก่แล้ว ไม่สวยก็มีครับ แต่เราก็ยังต้องเลี้ยงเขาอยู่ เดินทางกันมาก็เกินกว่าครึ่งชีวิตแล้วครับ เลี้ยงเขาไปอีกหน่อยเดี๋ยวก็ต้องจากกันแล้วครับ ในส่วนที่เป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ที่ใช้ในการพัฒนานั้น ก็มีอยู่ 10 กว่าตัวครับ ซึ่งในหนึ่งปี จะทำการผสมเพียงแค่ 5-7 แม่พันธุ์ เท่านั้น

          ถ้าเป็นการเลี้ยงละก็บอกได้เลยว่า เลี้ยงง่าย แต่เลี้ยงให้ดียากครับ หมายความว่า เขาเป็นสุนัขที่เลี้ยงง่ายมากขอให้มีนายอยู่ตรงไหนเขาก็อยู่ได้ ให้กินอะไรก็กินได้ แต่ถ้าต้องการเลี้ยงให้สวยและดี นั้นเลี้ยงยากจริงๆ เพราะเราต้องเอาใจใส่ดูแล เรื่องอาหารการกิน เรื่องความสะอาด และต้องมีเวลาให้เขามาก เพราะเขาเป็นสุนัขที่ต้องมีการสอนในเรื่องการเข้าสังคมเพื่อให้เขาลดความระแวงกับคนแปลกหน้า ไม่ให้เขาหวงของกินของเล่น ให้เขาได้ออกไปเห็นสังคมภายนอกบ้าง และที่สำคัญก็คืออาหารใจให้เขา คือ ต้องมีความรักเขาอย่างสม่ำเสมอ

-----------------------------------------------------------------------------------------------




 
 
   
 
 
 

www.bangkaewclub.com © 2008 All Rights Reserved